Web is comming back เว็บกำลังจะกลับมา (ในร่างใหม่)

คำเตือนมันเกิน แปดบรรทัดไปเยอะ ถ้าไม่ว่างอ่าน อ่านแค่ ที่ย่อไว้พอ

ย้อนกลับไปปี 2010 นิตยาสาร wired ปล่อยบทความที่ชื่อ Web is dead ออกมา ตอนนั้นคนทำเว็บหลายๆคนเริ่มเครียด กระแสการทำ Application เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ค่าตัวคนทำ Application ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนบางคนถึงกับเลิกทำเว็บกันไปเลย ผ่านไป หกปี Application จำนวนมากขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ เว็บก็ไม่ได้ตายไปไหน แถม เทคโนโลยีเว็บโตวันโตคืน เว็บโมบายเริ่มดีขึ้น แล้วสรุปเว็บจะตายมั้ย ??

คนยังใช้มือถือเป็นหลัก

เรื่องนี้คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าคนยังใช้ Mobile กันเป็นหลัก จำนวนการใช้อินเตอร์เน็ตจากมือถือ พุ่งทะลุ Desktop ไปแล้ว ถ้าดูลึกลงไป 70% ของการใช้งานเกิดขึ้นจาก Application ไม่ใช่เว็บ แต่ใน 70% นั้น มีเพียง 5 Application เท่านั้นที่คนเปิดทุกวัน นอกนั้นก็นั่งรอไปเรื่อยอยู่ในเครื่อง และถูกลบ ในวันที่ไม่ได้ถูกใช้ และส่วนตัวผมก็ยังเชื่อว่า พฤติกรรมการใช้ ในอนาคต ก็คงไม่ได้เปลี่ยนไปจากนี้มากขนาดหน้ามือเป็นหลังมือ

Internet และ Storage เป็นของแพง

สำหรับโทรศัพท์มือถือของเรา ทุกวันนี้ Storage ที่มีกลายเป็นของราคาแพงมากขึ้นเพราะกล้องยิ่งชัด รูปก็ยิ่งใหญ่ขึ้น โทรศัพท์มือถือ 16GB/32GB/64GB ราคาก็ห่างกันหลายพัน แถมต้องตัดสินใจดีๆเพราะเดี๋ยวนี้จะ Android หรือ iOS ก็มักจะเพิ่มไม่ได้ ตอนนี้เวลาให้จะโหลด Application อะไร User ก็มักจะคิดมากขึ้น ว่าจะโหลดดีมั้ย เก็บ Storage ไว้ถ่ายรูปดีมั้ย หรือถ้าจะโหลดก็รอต่อ Wifi ก่อนเพราะถ้าเน็ต ติด FUP ขึ้นมา จะลำบาก ไฟล์ Applicaiton นึงก็ Size ใหญ่อยู่ ก็เลยทำให้ การโหลด Application เป็นเรื่องใหญ่มากๆ ถ้าจะโหลดอะไรซักอย่างมันต้องสำคัญมากๆนะ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนการทำ App ก็ยังมีความวุ่นวายอยู่

หกปีผ่านไป การทำ Application ในมือถือ ยังมีความยุ่งยากอยู่ในระดับนึง ถึงแม้จะยากน้อยลงมากๆ ก็ตาม ประเด็นเรื่องภาษาที่ใช้ในการพัฒนา ก็อาจจะเป็นเรื่องนึงที่ทำให้คนที่เขียนเว็บไซต์มาก่อนต้องใช้เวลาในการเปลี่ยน ส่วนการ Test บน Device ที่ต่างกัน OS ที่ต่างกันก็ยังมีความวุ่นวายอยู่เพราะว่ายิ่งเวลาผ่านไป โทรศัพท์มือถือ ก็ยิ่งเยอะขึ้น อีกขั้นตอนนึงที่ยังมีความวุ่นวายคือการเอาขึ้น Store ของแต่ละค่ายที่มีขั้นตอนวุ่นวาย และต่างกันมากๆ ในส่วนของต้นทุน การเพิ่ม Platform ขึ้นมาใน การพัฒนา Application เป็นเรื่อง ที่มีต้นทุนสูงมากๆ บางบริษัทต้องตัด Platform ที่ไม่ได้ใช้ออก เพื่อลดต้นทุนลง ถึงแม้ว่าทุกวันนี้มี Framework ที่ช่วยให้เรา Share code ข้าม Platform กันได้แล้ว แต่ก็ยังสู้การพัฒนาแบบ Native ไม่ได้ 100% ด้วยปัญหาในกระบวนการพัฒนาทั้งหมด ทำให้ การ ทำ Application นึงยังมีความวุ่นวายอยู่ในระดับนึง

Web เริ่มทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้น

ฝั่งเว็บเอง ถึงแม้จะมีคนบอกว่ากำลังจะตายแต่ก็ไม่ได้หยุดพัฒนาลงไป แต่กลับพุ่งไปสู่การเป็น Platform นึงของการทำ Application มือถือมากขึ้น ในช่วงสองปีสามปีที่ผ่านมามีคนพยายามเอาภาษาเว็บมาทำ Application มือถือแต่ก็ยังไม่ใช่ทางที่เว็บกำลังจะไปจริงๆ 
แต่ทางที่เว็บกำลังจะไป คือการที่เว็บทำทุกอย่างที่ Application ทำได้ แต่อยู่ “บน Browser” ในตอนนี้เว็บเริ่มเชื่อมต่อกับ Hardware ได้สมบูรณ์ได้มากขึ้น ด้วยตัวเองไม่ต้องผ่าน Flash หรือ Engine อย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็น กล้อง, ไมโครโฟน, Bluetooth, NFC, Battery, GPS, แสดงผลสามมิติสวยๆ, Notification ตอนที่ปิด Browser ไปแล้ว หรือแม้กระทั่งใช้โดยไม่ต้องต่อ Internet ด้วยซ้ำ ด้วยคุณสมบัติพวกนี้ทำให้ความจำเป็นเรื่องการทำ Application เพือเชื่อมต่อกับ Hardware ลดน้องลง

เว็บเริ่มเร็วเหมือน Application

นอกจากความสามารถทาง Feature ที่มากขึ้น เว็บในทุกวันนี้ก็เริ่มเร็วขึ้น ไม่ว่า Framework ไหนๆ Vue, Reactjs, Angular2, Polymerjs ก็ออกมาแข่งกันเรื่องความเร็วแสดงผล ทั้งเร็วขึ้น ลื่นขึ้น ตัว Browser ก็สนับสนุนให้เว็บเร็วขึ้นไปด้วยจนบางอย่างเราเริ่มไม่ต้อง โหลด Application เหมือนเดิม อีกแล้ว

นี่ไม่ใช่ความไม่ได้ตั้งใจ แต่นี้คือ Progressive Web App

จริงๆแล้วการที่เว็บเริ่ม มีความสามารถมากขึ้นไม่ใช่เพราะ ทุกคน ถมๆทำกันไปอย่างเดียวนะครับ แต่นี่เกิดจาก Idea ที่มีชื่อ ว่า Progressive Web App ครับ มันคือ Idea ของคนทำ Browser กลุ่มนึงที่บอกว่าเราจะทำให้ เว็บมีขีดความสามารถเท่ากับ Application ให้ได้ และ มีการใช้งานที่คล้างคลึงกับ Application ให้ได้ โดยอิงตามหลัก 10 ข้อประกอบด้วย

  • Progressive — ใช้ได้ทุก Browser และ User ทุกนเข้าถึงได้ (ถึงแม้ตอนนี้ Feature หลักๆจะยัง Support ไม่ครบทุก Browser ก็ตาม)
  • Responsive — เหมาะกับทุก อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น tablet หรือ มือถือจอเล็กจอใหญ่
  • Connectivity independent — ทำงานได้ทั้ง online หรือ offline หรือแม้กระทั้งเน็ตห่วยๆ
  • App-like — เหมือน App ทำให้ออกมาหน้าตาเหมือน Application ทั่วๆไป
  • Fresh — อัพเดทตลอดเวลา พอเป็น Web ก็ไม่มีปัญหาเรื่องต้องมา อัพเดทจาก store หรือรอเป็นวันๆ
  • Safe — อยู่บน HTTPS เว็บเดี๋ยวนี้ถ้าให้ปลอดภัยก็ต้องอยู่บน HTTPS
  • Discoverable — ต้องรู้ว่าเป็น Application ด้วย มาตรฐาน W3C ที่กำหนดให้ web มี manifest ได้ ทำให้เราแยกไม่ยากเลยว่าอันไหนเป็น App อันไหนเป็นเว็บ
  • Re-engageable — ต้อง reengage กับลูกค้าได้ นั่นก็คือ Notification นั่นเอง
  • Installable — ต้องสามารถ Install ได้ โดยทั้งที่มันเป็น เว็บแต่ยัง Install ได้
  • Linkable — เป็น Link และ มี Url (แน่นอนอยู่แล้วจะทำเป็นเว็บแล้วมันก็ต้องมี Url สิ)

โดยตัวตั้งตัวตีในเรื่อง Progressive Web App ประกอบด้วย Mozilla, Opera, Google Chrome, Microsoft (ประหลาดใจมั้ย แต่บอกเลย MS มาแรงสุด) ถ้าอยากรู้เรื่อง Progressive Web App มาขึ้น ตามไปอ่านที่นี่ครับ

แล้วเราจะดึงคนมาโหลดได้ยังไง

ณ เวลา Link ก็ยังเป็นวิธีเดียวที่ทำให้คนเข้าถึง Progressive Web App ได้ ถึงแม้ว่า จะทำให้เป็น QR code หรืออะไรก็ตามแต่ว่า การเข้าถึงผ่าน URL ก็คงเป็นวิธีหลักๆในตอนนี้ ส่วน Store ในแต่ละ Platform นั้นจะเป็นเรื่องที่จะมาในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกล เพราะว่า Microsoft นำไปก่อนแล้วด้วยการใน คน Submit Progressive Web App เข้ามาใน Store ได้ ส่วน Platform อื่นๆก็คงต้องรอดูกันอีกซักแปบ

Web กำลังจะกลับมา(ในร่างใหม่)

จริงๆไม่รู้ว่าผมจะพูดว่า Web จะกลับมาใน ร่าง App หรือ App จะมาในรูปแบบเว็บมากขึ้นดี แต่เอาเถอะ บอกได้แค่ว่า สิ่งที่เรียกว่า Progressive Web App กำลังจะมาแน่นอน ในอนาคต คนจะมีทางเลือกในการเข้าถึง Application ผ่าน Browser มาขึ้น นักพัฒนาจะเริ่มพัฒนา Mobile Web ของตัวเองให้กลายเป็น Progressive Web App มากขึ้น และ Applicaiton ที่ไม่ถูกใช้งานเยอะๆ จะถูกใช้งานผ่าน Browser แทนการ โหลดมาเก็บมาไว้ในเครื่อง

แล้ว Native App กำลังจะตาย?

เดี๋ยวนะครับเราไม่ได้อยู่ในรายการตลกครับ Application มันไม่ได้ตายง่ายๆขนาดนั้นอีกอย่างถึงแม้ว่าการทำ Application จะมีความวุ่นวาย แต่ก็มี หลายๆอย่างที่ Web ไม่น่าจะทำได้ในเร็วๆนี้ เพียงแต่ Application ที่จะถูกโหลดมาเก็บในเครื่อง จะกลายเป็น Application ที่สำคัญมากๆ และอาจจะไม่ได้มีปริมาณเยอะเท่าเมื่อก่อนเท่านั้นเอง ยิ่งกลุ่มเกมส์ อาจจะต้องใช้เวลาซักพักไปเลยที่คนจะเป็นไปใช้งาน ใน Version Progressive Web App

มีคนนำไปก่อนแล้ว

สิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่ไม่ใช่ว่ายังไม่มีใครเริ่มนะครับ มีหลายรายแล้วที่เริ่มไปแล้ว รายใหญ่ๆเลยก็คือ Aliexpress ที่บอกว่า ปรับเว็บเป็น Progressive Web App แล้ว CVR โดดเพิ่มไป 1o4% หรือ The Washington Post ที่ Return user เพิ่มมาอีก 23% และก็มีอีกหลายเจ้าที่เริ่มทำ Application ใน Version Progressive Web App แล้ว (https://developers.google.com/web/showcase/2016/) นั้นนี่เป็นเรื่องที่จริงแน่นอนครับ Progressive Web App กำลังจะมาแน่นอน


Discover more from Thangman22's

Subscribe to get the latest posts sent to your email.

Leave a Reply

Discover more from Thangman22's

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading